วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

สีธรรมชาติ : สีเหลืองจากมะพูด

มะพูด หรือ ปะโหด เป็นพรรณไม้ที่นำเปลือกต้นมาใช้ย้อมสีเส้นไหมมานานแล้วในจังหวัดสุรินทร์และกัมพูชา เนื่องจากมะพูดให้สีเหลืองคล้ายสีเหลืองดอกบวบ หรือสีเหลืองดอกคูณ จึงมีการใช้ในการทำเป็นแม่สี เช่น เมื่อต้องการเส้นไหมสีเขียว นำเส้นไหมมาย้อมด้วยเปลือกมะพูดก่อนจึงย้อมทับด้วยคราม ในการเตรียมน้ำสีสำหรับการย้อมเส้นไหม 2 กิโลกรัม ใช้เปลือกมะพูดแห้ง 2 กิโลกรัม ต้มกับน้ำในอัตราส่วน 1 : 10 นาน 1 ชั่วโมง กรองใช้เฉพาะน้ำ แล้วนำมาย้อมเส้นไหมด้วยกรรมวิธีย้อมร้อนนาน 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วนำมาแช่ในสารละลายสารส้มนาน 10-15 นาที ได้เส้นไหมสีเหลืองสด ในส่วนของใบที่นำมาใช้ย้อมสีเส้นไหมโดยใช้อัตราส่วน ใบสด 15 กิโลกรัมต่อเส้นไหม 1 กิโลกรัม สกัดน้ำสีด้วยวิธีการต้มกับน้ำ อัตราส่วน 1 : 2 นาน 1 ชั่วโมง กรองใช้เฉพาะน้ำ ใช้กรรมวิธีการย้อมร้อนและแช่ในสารละลายช่วยติดสีสารส้มหลังย้อมเช่นเดียวกับเปลือก พบว่าให้เส้นไหมสีเหลือง แต่สีที่ได้จะอ่อนกว่าสีที่ผ่านการย้อมด้วยเปลือก แต่ถ้าใช้ในสารละลายสารช่วยติดสีจุนสี ได้เส้นไหมสีน้ำตาล

ข้อมูลจาก : พันธุ์ไม้ย้อมสีธรรมชาติ


เปลือกมะพูดแห้ง 2 กิโลกรัม

นำมาแช่น้ำเพื่อต้ม น้ำจำนวน 20 ลิตร

ต้มให้เดือดนาน 1 ชั่วโมง

กรองเอาเปลือกมะพูดออก

จากนั้นกรองเอากากออกให้เหลือแต่น้ำ

กรองจนกากไม่มี

ใส่สารส้มเป็นสารช่วยติดสี 2 ช้อนโต๊ะ

ใส่สารส้มสีจะเหลืองเข้มขึ้น

คนให้เข้ากัน

นำด้ายที่ทำความสะอาดแล้วมาย้อม

สลับ/พลิก ให้สีเข้าทั่วถึงเส้นด้าย

แช่ในน้ำอุ่นๆ อย่าให้เดือด ประมาณ 60 นาที

ค่อยสลับพลิก ให้สีย้อมเข้าสม่ำเสมอ 

กากที่ใช้แล้ว สามารถนำมาต้มได้อีก

สีที่ได้จากมะพูด

สีเหลืองอ่อน เข้ม ได้จากการย้อมในน้ำที่ 1 และ 2

สีที่ได้จากการย้อม

สีที่ได้จากการย้อม

สีที่ได้จากการย้อม สีอ่อนจากน้ำที่ 2

วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561

วันอาทิตย์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2561

วันเวลาของคนเรามีสั้นนัก

วันเวลาของคนเรามีสั้นนัก คือ วันวาน วันนี้ และวันพรุ่งนี้ จงรีบทำในสิ่งที่ควรทำ

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2560

แหนมเห็ด

แหนมเห็ดทำจากเห็ดนางฟ้าสดๆ
- 10 กรัม ลูกละ 5 บาท
- 50 กรัม ลูกละ 20 บาท
- 100 กรัม ลูกละ 35 บาท

สนใจดูข้อมูลเพิ่มเติ่มที่เพจ ปัณณ์ฟาร์ม 
หรือที่ ตัดสินใจ.คอม
หรือ id line : pannshop


ใช้ข้าวทับทิมล้านนาผสมข้าวกล้องหอมมะลิเชียงรายและข้าวหอมนิลล้านนา








วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2560

คนบนฟ้า

คิดถึงพ่อหลวง ฟังเพลงนี้แล้วน้ำตาไหลจนจบเพลง

คนบนฟ้า
อำนวยการผลิต : พลเรือตรี วศินสรรพ์ จันทวรินทร์
ควบคุมการผลิต : นาวาเอก ภาสกร สุวรรณพันธ์
Solo Piano : พันจ่าเอก ดามร เสนาะวาที
คำร้อง-ทำนอง-เรียบเรียง : จ.อ.ปรัชญา ธรรมโชติ
ฃับร้อง : นักเรียนดุริยางค์หญิง ไหมแพร ศิริสาร
บันทึกเสียง : จ่าเอก อรรณพ พิศาลพันธ์ุ
ลำดับภาพ : จ่าเอก เตชทัต ผลอาจ
ดำเนินการโดย : กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ

โอ้..ท้องฟ้าราตรีนี้ไม่มีเหมือนดั่งก่อน
ตั้งจิตใจประนมกร ส่งใจไปฟากฟ้า
ส่งไปถึงดวงใจผู้เป็นพลังแห่งปวงข้า
ฟ้าได้โปรดช่วยที
ช่วยนำคำปฏิญาณอธิษฐานอย่างตั้งใจ
จะมอบเนื้อและกายดวงใจเป็นชาติพลี
จะไม่ท้อแท้ใจในการทำความดี
จะพอเพียง พอมีและพอใจ..
* 70 ปีที่ผ่านมา คนบนฟ้าชี้ทางสว่างไว้
จะขอเดินตามทางนี้ไป เพื่อพรุ่งนี้ก้าวเดินอย่างภูมิใจ
เพื่อให้คนอยู่บนฟ้ารับรู้ถึงความตั้งใจ
แทนความรักที่ส่งไปด้วยการเป็นคนดี......


วันพุธที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2560

วันเวลาที่พ่อเสด็จสู่สวรรคาลัย

วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 เวลา 15.52 นาฬิกา
วันเวลาที่พ่อเสด็จสู่สวรรคาลัย

ร่วมใจกันยืนสงบนิ่ง 89 วินาที ถวายความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9
ในวันและเวลา 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560 เวลา 15.52 นาฬิกา



วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560

การก่อหม้อครามด้วยผลไม้

การก่อหม้อครามด้วยน้ำด่างเป็นส่วนประกอบ สำหรับชีวิตของคนเมืองหรือไม่มีทางที่จะหาแหล่งวัตถุดิบมาทำเถ้าถ่านได้ อาจจะลำบากลำบนในการก่อหม้อคราม รึจะใช่ครามเคมี ตัวรีดิวซ์เคมี ก็สะดวกดีนะ แต่ๆๆๆๆถ้าฉันไม่เอาเคมีล่ะ น้ำครามที่ทิ้งไปมันเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมนะ จะทำอย่างไรดี

หากเราเรียนรู้การกำเนิดของสีคราม มันคือความสมดุลระหว่างกรดและด่าง ทำให้ครามมีชีวิตได้ย้อมผ้าติดสีครามได้ (ผู้เขียนขออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ได้ชำนาญด้านเคมี ชีวะ การอธิบายจะเป็นภาษาบ้านๆมากกว่าตามความเข้าใจที่ได้รับรู้มาครับ) ความสมดุลนี้ทำให้เกิดน้ำครามสีเหลือง (indigo white) ซึ่งหากไม่สมดุลกันจะทำให้สิ่งมีชีวิตในครามตายลงไป หรือที่เรียกกันว่า “หม้อนิลหนี” หรือ “ครามตาย” แต่เราสามารถพลิกฟื้นคืนชีพสิ่งมีชิวิตนั้นได้เพราะส่วนประกอบของครามคือ ตัวครามเองยังอยู่ครบ แค่สิ่งที่ทำปฏิกิริยากับครามมันตายไป

สูตรก่อหม้อครามนี้ใช้ผลไม้ที่มีรสหวานหรือเปรี้ยว (ฟรุกโตส) เป็นตัวทำปฏิกิริยาการรีดิวซ์ (Reduction)
1.ครามเปียก 1 กิโลกรัม
2.ปูขาวหรือปูนแดง 1 กิโลกรัม
3.มะขามเปียก 1 กิโลกรัม เอาเฉพาะเนื้อมะขาม
4.น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
5.น้ำตาลอ้อย 0.5 กิโลกรัม (ที่ใส่กินกับเฉาก๊วย)
6.แตงโมขนาด 1 กิโลกรัม
7.เหล้าขาว 2 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการทำ
1.ครามเปียก 1 กิโลผสมกับน้ำเปล่า 2 ลิตร คน/ขยำให้เป็นเนื้อเดียวกัน อย่าให้เหลือเป็นก้อน




2.ต้มมะขามเปียกกับน้ำเปล่า 4 ลิตร เอาพออุ่นๆ จากนั้นบีบคั้นเอาแต่น้ำมะขาม



3.ปั่นแตงโมให้ละเอียด (ทั้งเนื้อและเปลือก) กรองกากออกเอาแต่น้ำจะได้น้ำแตงโมประมาณ 1 ลิตร


4.นำปูนขาวหรือปูนแดงผสมลงในข้อ 1. แล้วเพิ่มน้ำเปล่าอีก 1 ลิตร คน/ขยำให้เป็นเนื้อเดียวกัน อย่าให้เหลือเป็นก้อน

5.จากนั้นใส่น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลอ้อย น้ำมะขาม น้ำแตงโม และเหล้าขาว ลงในข้อ 4. คนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน




6.เป็นอันเสร็จสิ้น เราจะได้หม้อครามขนาด 8 ลิตร หากหม้อครามได้รับแสงแดดจะทำให้การเกิดหม้อครามเร็วขึ้น





หมายเหตุ การก่อหม้อครามควรหลีกเลี่ยงในวันฝนตก ไม่มีแดด หากเลี่ยงไม่ได้สามารถยกหม้อครามอุ่นบนเตาได้เลย ให้น้ำพออุ่นๆสัก 60 องศา หรือหม้อครามไม่มาก็ใช้วิธีอุ่นบนเตาได้

*** สูตรนี้เหมาะสำหรับชีวิตในเมืองจริงๆ ไม่เหมาะกับการทำเป็นโอ่ง เพราะจะยกโอ่งทั้งใบไปอุ่นก็ยังงัยอยู่ หากแดดแรงๆ แค่ 3-4 ชั่วโมง น้ำครามก็เกิดสีเหลืองและย้อมผ้าได้แล้ว



ผลการทดสอบการย้อมครามธรรมชาติ ด้วยสูตรฟรุกโตส